gt200177

เครื่องตรวจระเบิด จีที200 จะมีประสิทธิภาพคุ้มกับเงินงบประมาณและชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐและราษฎรที่บริสุทธิ์หรือไม่? โปรดช่วยกันสืบสวนสอบสวนและวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์กันด้วยนะครับ
คงจะจำกันไ้ด้ว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้มีการตั้งข้อสังเกตุและตรวจสอบเครื่องมือที่เรียกว่า “แท่งประหยัดเชื้อเพลิง” กันมาแล้ว และ ก็ได้ข้อสรุปดังต่อไปนี้

np
‘ธเนศร์’ สรุป ‘แท่งประหยัด’ ไม่ได้ผล ชี้-หน่วยงานรัฐควรทำหน้าที่
โดย กานต์ ทัศนภักดิ์
ภาพ: มติชนสุดสัปดาห์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 1522, คุณ ‘ปลากวน’ และ คุณ ‘uceboyx’
18 ตุลาคม 2552

ธเนศร์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา นักทดสอบรถยนต์ชื่อดัง ได้เปิดเผยผลการทดสอบอุปกรณ์ NP Faster ผ่านทางคอลัมน์รถยนต์ ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 16-22 ตุลาคม พ.ศ. 2552 (ปีที่ 29 ฉบับที่ 1522) ว่า การใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ไม่สามารถช่วยให้รถประหยัดเชื้อเพลิง เช่นเดียวกับการทดสอบอัตราเร่งที่มีไปก่อนหน้า ซึ่งชี้ว่าอุปกรณ์นี้ไม่ส่งผลใดๆ ต่ออัตราเร่งของรถตามที่ทางผู้ผลิตและจำหน่ายได้กล่าวอ้างไว้แต่อย่างใด

gt200
รู้จัก”จีที 200″ ไขปมเครื่องหรือคน”พลาด” เหตุบอมบ์โก-ลก
วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2009 20:50น.
ทีมข่าวอิศรา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

เหตุระเบิด “คาร์บอมบ์” ที่ หน้าร้านจำหน่ายเครื่องสำอางตรงข้ามโรงแรมเมอร์ลิน กลางเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อบ่ายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา เมื่อมีข่าวว่าก่อนเกิดระเบิดเที่ยวนี้ มีประชาชนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบรถต้องสงสัยคันที่เกิดระเบิด ก่อนแล้ว แต่กลับไม่พบความผิดปกติ กระทั่งสุดท้ายเกิดตูมตามขึ้นมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 20 คน
จึงกลายเป็นประเด็นคำถามถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพราะประสิทธิภาพของเครื่อง “จีที 200″ ซึ่งใช้ตรวจหาสารประกอบระเบิด หรือเป็น “ฮิวแมน เออร์เรอร์” อันหมายถึงความผิดพลาดที่เกิดจากบุคคลที่เป็น “ผู้ใช้” กันแน่?
ประเด็นนี้ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงขั้นที่ พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) ต้องสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อไขความกระจ่าง
อย่างไรก็ดี ก่อนอื่นน่าจะมาทำความรู้จักกับเจ้าเครื่อง “จีที 200″ กันก่อน เครื่องมือที่ว่านี้มีชื่อที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด” แต่ประสิทธิภาพจริงของเครื่องต้องบอกว่าสูงกว่าชื่อ คือตรวจหาได้ทั้งวัตถุระเบิด อาวุธปืน และยาเสพติด
รูปลักษณ์ของตัวเครื่องจะเป็นแท่งยาวๆ สีดำ ด้านหนึ่งเป็นมือจับ ตรงปลายอีกด้านหนึ่งจะมีเข็มโลหะเล็กๆ คล้ายเสาอากาศคอยชี้เมื่อพบสารประกอบระเบิด สารประกอบยาเสพติด หรือสารประกอบดินปืน
วิธีการทำงานใช้หลักการสนามแม่เหล็ก เพราะสสารทุกชนิดบนโลกมีสนามแม่เหล็กเป็นตัวเชื่อม ฉะนั้นเมื่อสั่งให้เครื่องตรวจหาสสารใด เครื่องก็จะค้นหาสสารนั้นโดยใช้ “สนามแม่เหล็ก” จีที 200 จึงมีประสิทธิภาพตรวจจับได้ทุกที่ ทั้งบนดิน ในอากาศ ใต้ดิน หรือแม้แต่ในน้ำ
หัวใจของเครื่องที่จะออกคำสั่งให้ค้นหา “สสาร” ชนิดใด คือ “การ์ด” หรือ “ชิพ” ซึ่งมีช่องใส่การ์ดอยู่ด้านใต้ของเครื่อง การ์ดมีทั้งหมด 18 อัน แยกตามสสารที่ต้องการค้นหา แบ่งหยาบๆ ได้ 3 กลุ่ม คือกลุ่มสารประกอบระเบิด กลุ่มสารประกอบที่ใช้ผลิตยาเสพติด และกลุ่มสารประกอบจำพวกดินปืนที่ใช้ในอาวุธปืน เมื่อต้องการตรวจหาวัตถุต้องสงสัยชนิดใด ก็ใส่การ์ดสำหรับสารประกอบชนิดนั้น ซึ่งตัวการ์ดสามารถใส่ได้คราวละหลายๆ อัน แต่ไม่นิยมใส่หมดทุกอัน เพราะจะชี้มั่วไปหมด
สนนราคาของตัวเครื่องบวกกับการ์ด อยู่ที่ 1.1-1.6 ล้านบาท!
แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญการใช้เครื่อง จีที 200 ให้ข้อมูลว่า เครื่องมือชนิดนี้จัดเป็น “เครื่องชี้เป้า” ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความแม่นยำสูงมาก โอกาสที่ตรวจแล้วไม่เจอเป็นไปได้ 2 อย่างเท่านั้นคือ 1.ผู้ใช้มีความเหนื่อยล้า ไม่มีความพร้อมเพียงพอ กับ 2.ใส่การ์ดผิดชนิด
“เรื่องใส่การ์ดผิดชนิดคงเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย เพราะระยะหลังมีการฝึกอบรมการใช้งานเครื่องจีที 200 อย่างชัดเจนแล้ว ฉะนั้นสาเหตุของความผิดพลาดน่าจะมาจากตัวผู้ใช้ที่อาจมีความเหนื่อยล้า เนื่องจากจีที 200 ใช้พลังสนามแม่เหล็กจากตัวคนใช้เพื่อค้นหาสนามแม่เหล็กของสสารที่ต้องการ ตรวจจับ ด้วยเหตุนี้คนใช้งานต้องมีร่างกายพร้อม ถ้าเหนื่อยล้า อดนอน หรือเมื่อคืนไปดื่มเหล้ามา จะใช้ไม่ได้ผลเลย” หมอพรทิพย์ กล่าว
สอดคล้องกับข้อมูลจาก “ดาบแชน” ด.ต.แชน วรงคไพสิฐ เจ้า หน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายล้างวัตถุระเบิด หรือชุดอีโอดี สังกัดกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ซึ่งผ่านงานเก็บกู้วัตถุระเบิดมานับครั้งไม่ถ้วน ที่บอกว่า การทำงานของเครื่องจะใช้ไฟฟ้าสถิตย์จากร่างกายคนเพื่อค้นหาสนามแม่เหล็กจาก สสารที่ต้องการตรวจจับ ฉะนั้นผู้ใช้จะต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อม ไม่ป่วย ไม่เมา หรือพักผ่อนน้อย
อย่างไรก็ดี กรณี “คาร์บอมบ์” ที่สุไหงโก-ลก มีปัจจัยอื่นมากกว่านั้น…
“ผมคิดว่าความผิดพลาดอาจเกิดจากสภาพพื้นที่ด้วย เพราะถนนตรงจุดเกิดเหตุเป็นถนนแคบ มีความกว้างแค่ 6 เมตรเท่านั้น และรถยนต์ก็จอดติดๆ กันอย่างหนาแน่น จึงเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจ เดินห่างจากวัตถุต้องสงสัยต่ำกว่า 3 เมตร ซึ่งเครื่องจีที 200 จะใช้ได้อย่างแม่นยำ ต้องอยู่ห่างจากวัตถุต้องสงสัย 3 เมตรขึ้นไป” ด.ต.แชน ตั้งข้อสังเกต
นายดาบนักกู้ระเบิด ยังบอกด้วยว่า แม้เครื่องจีที 200 จะมีความแม่นยำสูง แต่เวลาใช้งานจริงก็ไม่ควรเชื่อเครื่องมือ 100% เพราะบริเวณรอบๆ วัตถุต้องสงสัยอาจมีสสารอื่นตกค้างซึ่งใกล้เคียงกับสสารที่ต้องการตรวจจับ เช่น เป็นจุดที่เคยเกิดระเบิดมาก่อน มีสารทีเอ็นทีหรือไดนาไมต์ตกค้าง เครื่องก็จะชี้บอกเช่นกัน ฉะนั้นควรให้น้ำหนักประมาณ 30-40% แล้วใช้ข้อมูลกับการตรวจสภาพพื้นที่ประกอบด้วย
อย่างไรก็ดี มีข้อมูลอีกด้านหนึ่งซึ่งอาจเป็นสาเหตุของความบกพร่องที่เกิดขึ้น โดยแหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เผยว่า การอบรมวิธีใช้เครื่องจีที 200 ของฝ่ายทหารนั้น หน่วยต้นสังกัดมักส่งนายทหารระดับสัญญาบัตรไปอบรม แต่เวลาใช้งานจริง ผู้ใช้กลับเป็นทหารชั้นประทวนหรือทหารเกณฑ์ เข้าทำนอง “คนฝึกไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ฝึก”
ล่า สุดแหล่งข่าวจาก พตท.ที่ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงความบกพร่องของเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่ อ.สุไหงโก-ลก เผยกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า ผลสอบเบื้องต้นออกมาแล้วว่าความผิดพลาดไม่ได้เกิดจากตัวเครื่อง
“เครื่องมือไม่ได้เสียแน่นอน เพราะก่อนออกปฏิบัติการก็ยังทดลองใช้อยู่ พบว่าใช้ได้ และหลังจากเกิดเหตุระเบิดไปแล้ว ได้นำเครื่องเดียวกันมาทดลองใช้อีกครั้ง ปรากฏว่าเครื่องมือทำงาน ฉะนั้นความผิดพลาดน่าจะเกิดจากตัวผู้ใช้ แต่ก็อยากให้สังคมเข้าใจว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด” แหล่งข่าว กล่าว
ถือเป็นบทเรียนที่ฝ่ายความมั่นคงต้องเร่งปิดช่องโหว่กันต่อไป!

gt20022

ความผิดพลาดของ จีที 200 ใครจะรับผิดชอบ
วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2009 21:27น.
เรื่อง : อังคณา นีละไพจิตร
ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ
ภาพ : จรูญ ทองนวล

2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้คนในจังหวัดชายแนนภาคใต้พูดถึงเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบวัตถุระเบิด จีที 200 มากขึ้น คงจำกันได้ว่าในครั้งแรกๆ ที่มีการนำเครื่องมือชนิดนี้มาใช้งาน น่าจะเป็นเมื่อประมาณปี 2549 -2550 ใน “ยุทธการพิทักษ์แดนใต้” ซึ่งมีการนำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ประกอบในการปิดล้อมตรวจค้นตามหมู่บ้าน ต่างๆ โดยเมื่อเครื่องตรวจเจอสารซึ่งเป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิด เครื่องจะชี้ปลายเสาอากาศไปยังตำแหน่งที่มีสารดังกล่าวอยู่

ในการปิดล้อมตรวจค้นช่วงเวลานั้น มีการควบคุมตัวประชาชนจำนวนมาก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เมื่อพบว่าเครื่องมือชนิดนี้มีปฏิกิริยาต่อบุคคลรวมถึงวัตถุ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
มีรายงานจากบริษัทผู้ผลิตเครื่อง จีที 200 บริษัทหนึ่งว่า เครื่องนี้จะมีปฏิกิริยาต่อ “สารยูเรีย” ซึ่งเป็นสารตั้งต้นชนิดหนึ่งที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิด และเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่เป็นส่วนประกอบของ “ปุ๋ยเคมี” ซึ่งนิยมอย่างใช้กันอย่างแพร่หลายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรม

ท่ามกลางการตั้งคำถามและคำวิพากษ์วิจารณ์ถึงความแม่นยำจากบรรดานักสิทธิ มนุษยชนและราษฎรจำนวนมากในพื้นที่ โดยมีรายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่า เครื่องมือชนิดนี้ได้ชี้การปนเปื้อนสารประกอบวัตถุระเบิดแม้ในคนพิการ หญิงตั้งครรภ์ หรือแม้แต่เด็ก

มีรายงานว่าในการตรวจค้นครั้งหนึ่งเครื่องชี้ไปยังกล่องกระดาษกล่องหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงมั่นใจว่าภายในกล่องนั้นน่าจะต้องมี วัตถุหรือสารที่เกี่ยวข้องกับระเบิด แต่เมื่อเปิดดูภายในกลับพบว่าเป็นเพียงกล่องที่บรรจุผ้าอนามัยที่นำมาขายใน หมู่บ้าน

ไม่ต่างจากอีกกรณีในการปิดล้อมตรวจค้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ในบริเวณบ้านของผู้หญิงคนหนึ่ง เครื่องได้มีปฏิกิริยาที่บริเวณปลายยอดของต้นมะพร้าวต้นหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าจะต้องมีคนนำวัตถุหรือสารประกอบวัตถุระเบิดไปซุก ซ่อนเอาไว้ แต่เมื่อได้ปีนขึ้นไปดู พบถุงพลาสติกเก่าๆ ใบหนึ่ง เมื่อเปิดออกดูภายในกลับพบว่าเป็นเพียงถุงใส่น้ำมันมะพร้าวที่คาดว่าหนูคงจะ คาบขึ้นไปทิ้งไว้บนยอดมะพร้าว

หรือกรณีงานบุญที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในขณะที่ผู้คนมาช่วยกันทำอาหาร เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 ที่มาดูแลความปลอดภัยภายในวัด ได้ใช้เครื่อง จีที 200 ตรวจสอบรอบๆ บริเวณโรงครัวภายในวัด เครื่องดังกล่าวได้ชี้ไปที่หม้อใส่แกงหม้อหนึ่ง ทำให้เป็นที่สงสัยของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างยิ่ง

ในขณะที่คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความคลางแคลงใจต่อประสิทธิภาพของ เครื่องมือชิ้นนี้ หน่วยงานความั่นคงกลับมีความมั่นใจในการใช้งานมากขึ้น มีการสั่งซื้อเครื่องมือดังกล่าวเพิ่มขึ้น

ในคำเบิกความเป็นพยานในคดีที่ญาติของผู้ถูกนำตัวมาควบคุมตัวภายใต้โครงการ อบรมการฝึกอาชีพ 4 เดือนโดยไม่สมัครใจที่ค่ายทหารใน จ.ระนอง ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2550 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการไต่สวนว่าการอบรมครั้งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มีนายทหารระดับสูงจาก กอ.รมน.ภาค 4 ท่านหนึ่งให้การต่อศาลว่า บุคคลที่ถูกนำตัวมาควบคุมภายใต้โครงการฝึกอาชีพดังกล่าว ต้องสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับการประกอบวัตถุระเบิด เนื่องจากเครื่องตรวจจับ (จีที 200) มีปฏิกิริยาต่อพวกเขา

รวมถึงกรณีของ นายยะผา กาเซ็ง อิหม่ามประจำมัสยิดบ้านกอตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ที่ถูกทรมานจนเสียชีวิตภายหลังถูกเจ้าหน้าควบคุมตัวจากการปิดล้อมตรวจค้นใน หมู่บ้านของเขา ก็พบเช่นกันว่าเครื่องมือชนิดนี้แสดงปฏิกิริยาต่อบริเวณบ้านและมัสยิดที่นาย ยะผาเป็นอิหม่ามอยู่

แม้หน่วยงานความมั่นคงจะพยายามชี้แจงว่า เครื่องมือชนิดนี้เป็นเพียงเครื่องมือเบื้องต้นที่ใช้ในการตรวจสอบ แต่ในทางปฏิบัติกลับดูเสมือนว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติซึ่งใช้เครื่องมือชนิด นี้ได้พิพากษาตัดสินไปแล้วว่า ผู้ซึ่งถูกเครื่องมือนี้ชี้คือ “ผู้กระทำผิด”

คงจำกันได้ถึงความผิดพลาดจากการใช้เครื่อง จีที 200 เมื่อไม่นานมานี้ กรณีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า และเอ็ม 16 กราดยิง นายโกศล เกษมสุข อายุ 48 ปี และนางผ่องศรี เกษมสุข อายุ 45 ปี ซึ่งออกจากบ้านในพื้นที่หมู่ 9 บ้านปลักใหญ่ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เพื่อเดินทางไปกรีดยางห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตรจนเสียชีวิต ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุ ได้ทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ด้วยเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด จีที 200 เครื่องตรวจสอบดังกล่าว ตรวจไม่พบวัตถุระเบิดในที่เกิดเหตุ รวมทั้งในร่างของผู้ตายทั้งสอง เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปเพื่อยกร่างของผู้ตาย แต่แล้วก็เกิดระเบิดขึ้น ทำให้ผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บ

เหตุระเบิด “คาร์บอมบ์” กลางเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อบ่ายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา จึงทำให้เครื่องมือชนิดนี้ถูกตั้งคำถามอีกครั้งจากผู้คนในจังหวัดชายแดนภาค ใต้ รวมถึงสังคมไทยทั้งประเทศ ถึงประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงาน เพราะก่อนเกิดระเบิดได้มีประชาชนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบรถต้อง สงสัยคันที่เกิดระเบิดโดยใช้เครื่องมือชนิดนี้แล้ว แต่กลับไม่พบความผิดปกติใดๆ กระทั่งเกิดการสูญเสียดังกล่าว

และแม้หน่วยงานความมั่นคงจะยืนยันตรงกันว่า ความผิดพลาดไม่ได้เกิดจากตัวเครื่อง ซึ่งมีนัยที่สื่อถึงการใช้งบประมาณของกองทัพในการจัดซื้อเครื่องมือชนิดนี้ ว่าไม่มีความบกพร่อง หากแต่ทำให้เกิดคำถามกลับไปยังผู้เกี่ยวข้องว่า แล้วความผิดพลาดเกิดจากอะไรกันแน่ ที่สำคัญใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความผิดพลาดดังกล่าว โดยเฉพาะที่ผ่านมาการใช้เครื่องมือชนิดนี้ได้ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษย ชนหลายต่อหลายครั้ง และทุกครั้งก็ไม่เคยมีคำตอบจากหน่วยงานความมั่นคงถึงความรับผิดชอบใดๆ

ในขณะที่เจ้าหน้าที่มองว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่หน่วยงานความมั่นคงน่าจะเกิดความตระหนักมากขึ้นว่า ผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้เครืองมือชนิดนี้ได้สร้างความไม่ไว้วางใจของราษฎรต่อ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ทั้งงานตรวจค้นและงานการข่าวต่างๆ ที่สำคัญที่สุดคือเครื่อง จีที 200 ได้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมในการหาค้นพยานหลักฐาน ซึ่งหากปราศจากความถูกต้องแม่นยำและความน่าเชื่อถือเสียแล้ว คงเป็นการยากที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นที่มี เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง…

ในยุคสมัยที่การเมืองไม่สามารถนำการทหารได้จริง!

เท่าที่สรุปได้ในเบื้องต้นมีดังต่อไปนี้

1.  ผลการทดสอบก่อนการสั่งซื้อไม่แน่ชัด ไม่มีการแสดงค่าร้อยละ ของ False Positive และ False Negative

2.  ผู้ขายเป็นนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรด้วยทั้ง ๆ ที่มีอาชีพค้ายุทธภัณฑ์ นอกเหนือจากเป็นอาจารย์

3.  ราคาค่าเครื่อง เครื่่องละเก้าแสนบาท (ไม่รวมซิมการ์ด) ถ้ารวมแล้วก็ประมาณ 1.6 ล้านบาท

4.  สื่อหลักต่าง ๆ ไม่พยายามแตะต้องรายงานข่าวนี้เลย

ต้องขอขอบคุณผู้ที่ใช้นามแฝงว่า  Thai Expat in US ที่นำข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาเสนอ

http://www.upload-thai.com/download.php?id=bbff6e29b3534a196236fa120217a590
http://reason.com/archives/1996/11/01/box-of-dreams
http://www.globaltechnical.co.uk/about-global-technical.asp
http://www.bangkokcompanies.com/Thailand_Companies/A79/avia_satcom.htm
http://www.suthepd.com/Home.html
http://www.bangkok-today.com/node/2768
http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=68154.15
http://www.physics.smu.edu/pseudo/sniffex.html
http://www.krwa.net/newsDB/MainAnnounce2.asp?key=418
http://www.bangkokpost.com/news/local/19260/when-faulty-technology-can-cost-police-lives
http://www.ndsn.org/march96/quadro.html
“Double-Blind Field Evaluation of the MOLE Programmable Detection System” โดย Sandia National Laboratories, US Department of Justice
“Test Report: The Detection Capability of the Sniffex
Handheld Explosives Detector” โดย Naval EOD Technology, Us Navy
“หนังสือเลขที่ D/MSU/7/4/9/is” โดย Minister for Defence Equipment & Support, UK.
“สรุปรายงานการประชุมกรมฝ่ายยุทธบริการ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๒” กองทัพบกไทย

ยังรักจิ๋วเหมือนเพื่อน แต่ขอให้ตรึกตรองให้ดี เพราะถ้าเข้าพรรคเพื่อไทย เท่ากับเป็นการทรยศต่อชาติ”

แหม…มันช่างกล้าเนอะ

โดย : ป้าปากเกร็ด

เมื่อ : 2009-10-16 09:47:51

ก็จะใครเสียอีกล่ะคะ คนที่ให้สัมภาษณ์ไปเมื่อวานไง อ่านดูแล้ว ได้แต่ปลง คนแก่ที่ไม่มีลูกหลานดูแล ก็ ปล่อยให้ออกมาหลงๆเลอะๆอย่างนี้เอง ขอยกคำพูดมาให้ดูก่อนนะคะ จะได้รู้ว่ามันเลวได้ขนาดไหน

จิ๋ว กับผมเป็นเพื่อนรักกันมานานหลายปีแล้ว และต่างคน ต่างทำงานให้กันและกันมา ดังนั้นความเป็นเพื่อนระหว่างผมกับจิ๋วยังคงอยู่ ส่วนที่มีคนพูดซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าใครพูด อาจเป็นจิ๋วพูดเองก็ได้ว่าไปลาบวชแล้วผมไม่ให้ลา ซึ่งอันนี้ไม่ ใช่เพื่อนแล้ว เมื่อเพื่อนจะไปลาบวชจะต้อง ให้อโหสิกรรม เรื่องจริงผมไม่ทราบว่าเขาจะ บวช จนบัดนี้ผมยังไม่รู้ว่าบวชที่ไหน เมื่อไร

bj

โธ่ โถ ช่างกล้าตอแหล เมิงอยู่เป็นหัวหลักหัวตอหรือไงถึงไม่รู้เรื่องงานบวช คนเขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง ภาพข่าวก็ออก แม้ตอนจะบวชอาจเงียบหน่อยเพราะเขาไม่ต้องการเอิกเกริก
แต่การที่ท่านออกมาพูดว่า จะขอเข้าไปขออโหสิกรรมลาบวช แล้วยังไม่ให้เข้าพบ เมิงจะออกมาปฏิเสธทำไม ถ้าไม่จริง เขาจะกล้ามาพูดหรือ เมิงจะแก้ตัวไปว่า พอดีช่วงนั้น เมิงไม่ว่าง เจ็บรูที่ถ่ายอยู่ ก็ดูจะฟังดูดีมีน้ำหนักมากกว่า

การที่ผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งของบ้านเมืองจะลาบวช คงไม่ต้องไปลาบวช กับคนมากมายนักหรอก ก็ท่านอายุตอนบวชก็มากอยู่แล้ว ก็เห็นมีแต่ เมิงนี่แหละที่แก่กว่าเพื่อน ตายก็ไม่ตายเสียที เขาถึงคิดจะเข้าไปลา  การออกมาปฏิเสธด้วยการพูดแบบนี้ มันเลวนะ เลวอย่างบอกไม่ถูก ยังๆ ยังเลวไม่พอ คนอย่างเปรม ที่คนเขาไม่เปรมกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทำแค่นี้ ยังไม่สมฐานะ มันต้องเลวให้สุดขั้ว ชั่วให้สุดทาง ถึงได้ผายลม ต่อว่า

ผู้ สื่อข่าวถามว่า ยินดีให้ พล.อ.ชวลิต เข้าพบเพื่อขอโทษหรือคารวะหรือไม่ พล.อ. เปรม กล่าวว่า เขาเคยติดต่อมาก่อนวันที่ 7 ต.ค. และวันเกิดจิ๋วเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้โทรฯ ไปอวยพรและคุยกันดีเหมือนเพื่อน ซึ่งถ้าต้องการมาพบตนก็ได้ แต่ตอนนี้เมื่อเป็นนักการเมืองแล้วมาพบตนก็ไม่น่าจะสมควร เมื่อถามต่อว่า พล.อ.ชวลิต จะมาพบเพื่อคุยเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ก็ดี แต่ตนไม่มีสิทธิที่จะคุย เรื่องการเมือง และจะไม่พูดเรื่องการเมือง และจะไม่ทำอะไรเรื่องการเมืองทั้งนั้น การเมืองปล่อยเป็นเรื่องของผู้ที่มีความรับผิดชอบทางการเมืองแก้ไข

จะโธ่ถังกาละมังแตกอีกทีดีไหมเนี่ย หนอย ตนไม่มีสิทธิ์จะคุยเรื่องการเมือง แล้วที่แอ่นอกออกมาเชียร์นายกฯถึงสองคนนั่นไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือไง?  หรือเพราะเป็นพวกตัวเลยคุยได้สบายใจ คนเราถ้าจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ก็ต้องยึดมั่น ตั้งให้ตรง ไม่ใช่ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลนให้ชาวบ้านเขาด่าอย่างนี้

ยังค่ะยังไม่จบ ถ้าพูดแค่นี้จะไปหาว่าเลวคงยังไม่เหมาะสม มันต้องนี่ นี่เลย

ส่วนการกลับเข้าสู่วงการเมืองของ พล.อ.ชวลิต จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้นหรือแย่กว่าเดิมนั้น พล.อ.เปรม หยุดคิดก่อนที่จะตอบว่า คุณเชื่อในพระสยามเทวาธิราชหรือไม่ พระสยามเทวาธิราชจะคอยดูว่าพวกเราทำอะไรกัน ถ้าใครทำไม่ดีต่อชาติบ้านเมืองจะถูกท่านลงโทษ เมื่อถามย้ำว่า วันนี้ พล.อ. ชวลิต เดินไปฝั่งตรงข้าม จะทำให้ห่างจากท่านมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนั้น ตนเตือนเขาเท่านั้น

เฮ้ย เว้ย การเดินเข้าพรรคการเมืองอย่างเปิดเผย เป็นเรื่องเป็นราวมันเป็นการ ทำผิดต่อชาติจนต้องอ้างพระสยามเทวาธิราชอีกแล้วหรือ เขาไม่ได้พาคนที่ก่อการ ล้มรัฐบาลเข้าเฝ้าสักหน่อย เห็นก็เห็นกันอยู่ว่าการกระทำครั้งนั้นมันก่อให้เกิดผลอะไร ตามมามา ที่แน่ๆคือศรัทธาจากประชาชนลดลงไปอย่างน่าใจหาย ใครจะว่า อย่างไรไม่ทราบแต่การณ์ครั้งนั้นแหละ ที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสไปแวะเยี่ยมชม วัดราษฎร์สิ้นศรัทธา แล้วการที่ผายลมว่าอย่างนี้

แต่สิ่งที่ถูกต้องคือ ก่อนที่จิ๋วจะไปสมัครสมาชิกพรรค เพื่อไทย ตนได้ให้คนไปบอกว่า จะทำอะไรขอให้คิดให้รอบคอบ ไตร่ตรองให้รอบคอบ มิฉะนั้นจะกลายเป็นการกระทำที่เป็นการทรยศต่อชาติ เป็นข้อความที่ตนขอให้สื่อไปถึงจิ๋วในตอนเช้าวันนั้น

โอ้แม่เจ้า การสังกัดพรรคการเมืองกลายเป็นการทรยศต่อชาติ เอาส่วนไหนของร่างกายคิดล่ะนี่ เมื่อก่อนพลเอกชวลิตเขาก็ เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง จะชั่วจะดี เขาก็ก้าวเข้ามาเป็นนายกฯ อย่างสง่างามด้วยการเลือกตั้ง แล้วที่เมิงเข้ามาตีหน้าเศร้าอยู่ ในตำแหน่งตั้งแปดปีน่ะ มีใครเลือกเข้ามา ถุยส์ คนเข้าตามตรอก ออกทางประตูกลายเป็นคนทรยศชาติ คนอุบาทว์พาคณะกบฎ ล้มรัฐบาล ฉีกรัฐธรรมนูญ เข้าเฝ้าขอความเห็นชอบ กลายเป็น
คนรักชาติอย่างนั้นหรือ เมิงเอาซ่นเท้าคิดหรืออย่างไร?

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.เปรม ครั้งนี้มีการตั้งแท่นโพเดียม อย่างเป็นทางการเพื่อเปิดใจถึง พล.อ.ชวลิต โดย พล.อ.เปรม บอกกับสื่อมวลชนว่า

“ผมจะไม่ให้สื่อตั้งคำถาม ขอร้องสื่อไม่ต้องถาม แต่ผมจะพูดเรื่องจิ๋วเอง”

เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.เปรม จะใช้คำเรียกแทน ตัว พล.อ.ชวลิต ว่า “จิ๋ว” ซึ่งเป็นชื่อเล่นของ พล.อ.ชวลิต        ทั้งนี้ในการเปิดใจครั้งนี้ มีบรรดาอดีตนายทหารระดับสูงทั้ง

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี

พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด

พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส.

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)

พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.)

พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงษ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.)

ยืนอยู่ด้านหลัง พล.อ.เปรม ด้วย

นี่ไงคนดีศรีประเทศ ปากบอกไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ออกมาแถลงข่าวตอบโต้ แสดงความเป็นเผด็จการอย่างเห็นได้ชัด มีอย่างที่ไหน ไม่ให้ซักถาม จะพูดเอง เห่าออกมาแต่ละอย่างคนเขาฟังแล้วว่าหนวกหูกว่าเสียงหมาเห่าอีก แล้วดูแต่ละตัว ยกกันมาเชียร์ เป็นกำลังใจสิ มันหมายความว่าไง ใช้สถานที่ราชการ ออกมาพูด ว่าไม่เกี่ยวกับการเมือง บอกว่าพูดเกี่ยวกับการเมืองไม่ได้ แล้วที่ทำอยู่น่ะคืออะไร

การเอาพวกทำผิดคิดร้าย ทรยศต่อชาติ (เบียดบังของหลวง) มาเสริมทัพ มันทำให้ ภาพดูดีขึ้นหรือไง ภาพที่เห็นมันแสดงว่าแก่ไม่ยอมแพ้ มันแสดงให้เห็นว่าเอาผบ. เหล่าทัพ ออกมาขู่กันชัดๆ เห็นเป็นอื่นไปไม่ได้เลย นอกเสียจากว่าต้องการจะโชว์พลังขู่ว่า ยังมีทหารหนุนหลังอยู่ เรื่องแค่นี้ใครๆก็ดูออก

เมิงต้องไม่ลืมว่าเมื่อถึงวันเหลืออด ต่อให้ทหารพวกเมิง ชาวบ้านเขาก็หากลัวไม่ ทหารลูกน้องเขาก็เป็นลูกหลานชาวบ้าน อย่าเหิมเกริมนักเลย กลับไปอ่าน ศึกษา ประวัติศาสตร์ ทั้งของไทยและต่างชาติดูบ้าง ไอ้ที่ตายข้างถนน เพราะลูกน้องหัน ปากกระบอกปืนเข้าใส่น่ะ มันเคยมี และเกิดมาในหลายประเทศแล้วด้วย อย่าลืม

เรื่องของเรื่องคือ ตามหลักแล้ว ทั้งหลักสากลและกฎหมาย คณะองคมนตรีต้องเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น  ก็ในเมื่อในหลวงท่านทรงอยู่เหนือการเมือง คนที่ถวายคำปรึกษา จึงจำเป็นต้องไม่ฝักใฝ่ หรือเชียร์ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช่หรือ  หากเราเอาคนที่มีอคติมานั่งเป็นที่ปรึกษา ความคิด ทัศนคติ ที่ถวายไปก็ย่อมไม่เป็นกลาง แล้วอย่างนี้จะให้ทรงมีพระราชวินิจฉัย แบบไร้อคติได้อย่างไร

เปรมก็เหมือนนังคนใช้ในละครน้ำเน่าที่กรอกหู กรอกตากันอยู่ ทุกเมื่อเชื่อวัน ที่วันๆ ไม่ทำอะไร คาบเอาเรื่องโน้น เรื่องนี้ไป กรอกหูเจ้านาย ยิ่งถ้าเป็นคนที่นังคนใช้มันไม่ชอบ มันก็จะต้อง แต่งเติม ใส่สี ตีไข่ หนักเข้าไปอีก

ถ้าเจ้านายเป็นคนหูเบา หรืออาจไม่ชอบไอ้คนที่ถูกนินทาอยู่บ้างแล้ว ก็จะไปกันใหญ่ แต่หากเป็นพระเอก นางเอกตัวจริง ก็จะฟังหูไว้หู ฟังแล้วเอาเมตตา กรุณาเข้าไปจับ ในที่สุดก็จะเข้าใจ และวางตัว เป็นอุเบกขาไปในที่สุด แต่หากเผอิญ เจ้านายก็ดันเป็นผู้ร้ายเองเสียด้วย ทีนี้ล่ะก็เหมือนขนมผสมน้ำยา เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ผลคือเละไปทั้งคู่

เคยดูละครแล้วเกลียดพวกนังขี้ข้าเหล่านี้ไหมคะ ดูแล้วก็อยากจะตบสั่งสอน มันเสียนัก ยิ่งถ้าเจ้านายเลวพอๆกัน ทีนี้ละก็ไปใช้ให้นังคนใช้ไปทำแทนตัวเสียอีก ไปสืบข่าว ไปใส่ไคล้ โอ๊ยในละครน่ะมันทำกันสารพัดแหละค่ะ ไม่นึกว่าในชีวิตจริงก็จะเป็นเหมือนในละคร คือดั๊นมีนังคนใช้ตัวร้าย ออกมาทำต่างๆนาๆ ใส่ความฝ่ายตรงข้าม(ฝ่ายที่ตัวไม่ชอบ) แล้วอย่างนี้ควรเลี้ยงไว้เป็นคนรับใช้หรือคะ เพราะเผอิญ เจ้านายท่าน ไม่ได้จ่ายเงินเดือนนังตัวร้ายซะด้วยสิคะ แต่เราๆท่านๆนี่แหละเป็นคนจ่าย ผ่านทางภาษีอากร แล้วมันหักหลังเจ้าของเงิน น่าเลี้ยงไว้หรือคะ

การที่ออกมาบอกว่าไม่มีสิทธิ์ยุงเกี่ยวทางการเมือง แต่เปิดเผยแจ่มชัด ต่อสาธารณะว่าเลือกข้างชัดเจน ฝักใฝ่อยู่ในฝ่ายใด เลี้ยงเอาไว้ไม่ได้หรอกค่ะ

สำนวนเขาว่า

40475555

” คุณทรยศเรา ก้อคือทรยศชาติ “

เปรมเปรียบตัวเองเป็นชาติ เปรียบพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรู เปรียบปชช.ที่เลือกพรรคศัตรูคือผู้ทรยศชาติ เปรมดึงฟ้าต่ำ ด้วยความรู้เท่าถึงการณ์ เพราะเปรมคิดว่าการอยู่ใกล้ฟ้า….คือฟ้าด้วยเช่นกัน

รึอาจนัยหนึ่ง อีกหลายๆๆฟ้ามอบสิทธิ์นี้ให้….????

เปรมมองปชช.ที่ พอใจรักใคร่พรรคการเมืองที่ตนเองเกลียดชัง เป็นผู้ทรยศเปรม
ทรยศเปรม…คือทรยศชาติ ” ชาติเป็นของเปรมคนเดียว ตั้งแต่เมื่อไหร่ “

น่าจะตั้งแต่ได้รับการโปรเกล้าแต่งตั้งให้เป็นประธาน ” องค์ “
แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆ โดยมองย้อนหลังกลับไปหลายปี ก็น่าจะเป็นเหตุการณ์เรื่องการสูญเสีย ” องคชาติ ” ตอนนี้เลยสับสน ปนเป ระหว่าง ” องค์ ” กับ ” ชาติ “

552000013408402

นี่หรือคนดี

ขอขอบคุณคุณpalrakonlineที่ไปลงไว้ในยูทู้ป เลยทำให้เห็นสัจธรรมบางอย่าง คนที่เป็นองคมนตรี คนที่เกษียณราชการไปนานนม จนเด็กรุ่นหลัง คงไม่รู้ว่าแกเคยเป็นทหาร ที่สำคัญเคยครอง เมืองในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ถึง 8 ปี ทั้งๆ ที่ไม่เคยลงเลือกตั้งเลย
นายกฯที่ไม่เคยมีผลงานอะไรให้จดจำ นอกจาก การออกมาตีหน้าเศร้าบอกประชาชนว่า “พี่น้องครับ ขณะนี้บ้านเมืองของเรา อยู่ในภาวะลำบาก ผมขอ ให้พวกเราช่วยกัน ด้วยการใช้ชีวิตอย่างประหยัด”
สงสัยไอ้นี่แหละต้นตำรับการค้ากับความจน ทำให้ ชาวบ้านรู้สึกหดหู่ เศร้าหมอง และคิดไปว่า เราคง ต้องทนลำบากอย่างนี้ไปอีกนาน(ก็มารดาท่าน รู้จัก การแก้ปัญหาเสียที่ไหน มาในกรอบเดียวกับนังจวนดีเลย ชอบพูดความจริงให้ประชาชนรู้ เหมือนที่มันเคยบอกประชาชนว่า หนี้ไอเอ็มเอฟน่ะ คิดว่าชาตินี้คงใช้เขาไม่หมด “ผมไม่คิดว่าจะสามารถใช้หมด ในรุ่นของผม” โธ่ถังกาละมังแตก คุณทักษิณ เข้ามาก็ประกาศเลยว่าจะต้องใช้หนี้ให้หมดก่อนกำหนด
แล้วเป็นไงคะ ทำได้ใช่ไหม หนอยแน่ออกมาเห่ากันต่อ ว่าจะไปใช้ทำไม ยังไม่ถึงเวลา อ้าวเฮ้ย ก็เป็นคนอย่างพวกแกไง ที่ไม่รู้จักคำว่า Trust ความเชื่อมั่น ความศรัทธา ขาดสองสิ่งนี้
ใครเขาจะไปเชื่อถือ ติดต่อทำการค้าด้วย

กลับมาเรื่องไอ้ผีดิบ อยู่ยงคงกระพัน ตายก็ไม่ตาย อยู่หลอกหลอน ชาวบ้านมาช้านาน นอกจากตีหน้าเศร้าเล่าว่าตัวเองไม่มีปัญญาแก้ปัญหา ขอใช้ประชาชนช่วยด้วยการประหยัดแทน มันก็ไม่เคยทำอะไรสักอย่าง พูดก็น้อย จนนักข่าวตั้งสมญาว่า”เตมีย์ใบ้” ก็มันเล่นไม่พูดอะไรเลย เป็นนายกฯ ชาวบ้านเขาก็ต้องอยากรู้ว่า เรื่องราวบ้านเมืองเป็นไง จะแก้อย่างไร กลับไม่พูด ทำทีเป็นคนพูดน้อย (จริงๆคงไม่รู้จะตอบ ว่าอย่างไรมากกว่า) จำได้ติดใจ พอถูกถามมากๆ มันจะมีประโยคทอง ใช้ตอบปัญหาคือ

ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่ตัวเองไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง ใครจะเปิดอภิปรายไม่ได้ พอเขาทำท่าฮึ่มๆจะเปิด มันเป็นยุบสภาหนี ไม่ชอบให้ใครตำหนิ ชอบให้คนยกย่องสรรเสริญแต่เพียงอย่างเดียว จนมาเกิดประโยคทอง ที่เมื่อครบวาระ 8ปี มันพูดว่า

โห ตอนนั้นตื่นเต้นกันมาก นึกว่าเป็นคนดี รู้จักพอ หารู้กันไม่ว่า ไม่มีพรรคไหนเขาสนับสนุนแล้ว เขาเบื่อที่จะเอามันมาเป็นหัวโขน เลยรีบตีบทพระเอกทำเสียงนุ่ม พูดประโยคดังกล่าว

ระหว่างทางการเป็นนายกฯ มันก็ไม่เห็นมีผลงานอะไรอย่างที่บอก นอกจากให้นักมวยเข้าพบ เอามือลูบหลังลูบไหล่ แล้วพูดประโยค ทอง ออกมาว่า

แค่นั้นเองจริงๆผลงานของมันที่จำได้ แต่พอพ้นตำแหน่ง แหมพูดเก่ง จ้อไปเรื่อย จนมาวันก่อนที่หลุดประโยคทอง(สีขี้) ออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เกิดผลสะเทือนไปทั้งประเทศ เพราะปากหมาดีเหลือเกิน เที่ยวได้กล่าวโทษพลเอกชวลิตว่าจะ

หากมาเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย

โอ้แม่เจ้า หมาเวลาถูกไล่ไปจนตรอกนี่มันไม่น่าดูเลยนิ หันมากัดไปทั่วเพียงเพื่อจะเอาชีวิตรอด จนเกิดภาพ อย่างในคลิ้ปที่เอามาให้ดูไงคะ ใครจะเห็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ป้าเห็นแล้ว บอกตรงๆว่าทุเรศ คนอะไร แก่จนป่านนี้อยู่มาตั้ง กี่ปีแล้วล่ะ จะเก้าสิบอยู่รอมมะร่อ คุยนักคุยหนาว่าเป็นคนดี ของประเทศ แต่แค่ไปหาแดก(ว้ายหยาบไปค่ะ) มีสมุนตาม เป็นพรวน แต่ละคนหน้าตาอย่างกับมือปืน

ภาพที่ออกมา มันบอกหลายอย่างค่ะ บอกให้รู้ว่าประเทศนี้ หาความปลอดภัยไม่ได้เลย ขนาดคนดีศรีประเทศ หัวหลัก หัวตอของชาติ (เอ๋ สำนวนที่เลือกใช้คงผิดนิดหน่อย) จะไป
ไหนที อย่างกับเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ไม่ก็มาเฟียใหญ่ เพราะพวกนั้น มันเลว ศัตรูเยอะ เดี๋ยวมีคนลอบทำร้าย ไปทำความเจ็บช้ำ น้ำใจกับคนเขาไว้เยอะ ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าโจทย์เยอะ
เลยกลัวตายเหมือนหมาข้างถนน ต้องมีคนคุ้มกันขนาดนั้น ไอ้คนคุ้มกันเองก็กลัวตายเองสุดๆ ไม่เชื่อย้อนกลับไปดูสิคะ หน้าตาล่อกแล่กเป็นที่สุด มันคงกลัวระเบิดมากกว่า เพราะถ้า
ใช้วิธิยิง หากแม่นๆหน่อยก็ตายแค่คนเดียว แหมแต่ถ้าเป็นระเบิด มันก็จะเสร็จไปด้วยสิคะ

ภาพที่เห็นอยากขอร้องให้เอาออกจากยูทู้ปด้วยซ้ำ เพราะมัน ทำร้ายประเทศนะคะ เสียชื่อ เสียความเชื่อมั่นหมด หากฝรั่งต่างชาติมาเห็นเข้า แล้วสืบหาว่าเป็นใครก็จบกัน ว่าทำไมอดีตผู้นำไทย ต้องมีผู้คุ้มกันอย่างกับเจ้าพ่ออย่างนี้

Posted by: nummuangchon | ตุลาคม 19, 2009

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

หมวดหมู่

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.