
เครื่องตรวจระเบิด จีที200 จะมีประสิทธิภาพคุ้มกับเงินงบประมาณและชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐและราษฎรที่บริสุทธิ์หรือไม่? โปรดช่วยกันสืบสวนสอบสวนและวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์กันด้วยนะครับ
คงจะจำกันไ้ด้ว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้มีการตั้งข้อสังเกตุและตรวจสอบเครื่องมือที่เรียกว่า “แท่งประหยัดเชื้อเพลิง” กันมาแล้ว และ ก็ได้ข้อสรุปดังต่อไปนี้

‘ธเนศร์’ สรุป ‘แท่งประหยัด’ ไม่ได้ผล ชี้-หน่วยงานรัฐควรทำหน้าที่
โดย กานต์ ทัศนภักดิ์
ภาพ: มติชนสุดสัปดาห์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 1522, คุณ ‘ปลากวน’ และ คุณ ‘uceboyx’
18 ตุลาคม 2552
ธเนศร์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา นักทดสอบรถยนต์ชื่อดัง ได้เปิดเผยผลการทดสอบอุปกรณ์ NP Faster ผ่านทางคอลัมน์รถยนต์ ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 16-22 ตุลาคม พ.ศ. 2552 (ปีที่ 29 ฉบับที่ 1522) ว่า การใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ไม่สามารถช่วยให้รถประหยัดเชื้อเพลิง เช่นเดียวกับการทดสอบอัตราเร่งที่มีไปก่อนหน้า ซึ่งชี้ว่าอุปกรณ์นี้ไม่ส่งผลใดๆ ต่ออัตราเร่งของรถตามที่ทางผู้ผลิตและจำหน่ายได้กล่าวอ้างไว้แต่อย่างใด

รู้จัก”จีที 200″ ไขปมเครื่องหรือคน”พลาด” เหตุบอมบ์โก-ลก
วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2009 20:50น.
ทีมข่าวอิศรา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
เหตุระเบิด “คาร์บอมบ์” ที่ หน้าร้านจำหน่ายเครื่องสำอางตรงข้ามโรงแรมเมอร์ลิน กลางเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อบ่ายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา เมื่อมีข่าวว่าก่อนเกิดระเบิดเที่ยวนี้ มีประชาชนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบรถต้องสงสัยคันที่เกิดระเบิด ก่อนแล้ว แต่กลับไม่พบความผิดปกติ กระทั่งสุดท้ายเกิดตูมตามขึ้นมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 20 คน
จึงกลายเป็นประเด็นคำถามถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพราะประสิทธิภาพของเครื่อง “จีที 200″ ซึ่งใช้ตรวจหาสารประกอบระเบิด หรือเป็น “ฮิวแมน เออร์เรอร์” อันหมายถึงความผิดพลาดที่เกิดจากบุคคลที่เป็น “ผู้ใช้” กันแน่?
ประเด็นนี้ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงขั้นที่ พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) ต้องสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อไขความกระจ่าง
อย่างไรก็ดี ก่อนอื่นน่าจะมาทำความรู้จักกับเจ้าเครื่อง “จีที 200″ กันก่อน เครื่องมือที่ว่านี้มีชื่อที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด” แต่ประสิทธิภาพจริงของเครื่องต้องบอกว่าสูงกว่าชื่อ คือตรวจหาได้ทั้งวัตถุระเบิด อาวุธปืน และยาเสพติด
รูปลักษณ์ของตัวเครื่องจะเป็นแท่งยาวๆ สีดำ ด้านหนึ่งเป็นมือจับ ตรงปลายอีกด้านหนึ่งจะมีเข็มโลหะเล็กๆ คล้ายเสาอากาศคอยชี้เมื่อพบสารประกอบระเบิด สารประกอบยาเสพติด หรือสารประกอบดินปืน
วิธีการทำงานใช้หลักการสนามแม่เหล็ก เพราะสสารทุกชนิดบนโลกมีสนามแม่เหล็กเป็นตัวเชื่อม ฉะนั้นเมื่อสั่งให้เครื่องตรวจหาสสารใด เครื่องก็จะค้นหาสสารนั้นโดยใช้ “สนามแม่เหล็ก” จีที 200 จึงมีประสิทธิภาพตรวจจับได้ทุกที่ ทั้งบนดิน ในอากาศ ใต้ดิน หรือแม้แต่ในน้ำ
หัวใจของเครื่องที่จะออกคำสั่งให้ค้นหา “สสาร” ชนิดใด คือ “การ์ด” หรือ “ชิพ” ซึ่งมีช่องใส่การ์ดอยู่ด้านใต้ของเครื่อง การ์ดมีทั้งหมด 18 อัน แยกตามสสารที่ต้องการค้นหา แบ่งหยาบๆ ได้ 3 กลุ่ม คือกลุ่มสารประกอบระเบิด กลุ่มสารประกอบที่ใช้ผลิตยาเสพติด และกลุ่มสารประกอบจำพวกดินปืนที่ใช้ในอาวุธปืน เมื่อต้องการตรวจหาวัตถุต้องสงสัยชนิดใด ก็ใส่การ์ดสำหรับสารประกอบชนิดนั้น ซึ่งตัวการ์ดสามารถใส่ได้คราวละหลายๆ อัน แต่ไม่นิยมใส่หมดทุกอัน เพราะจะชี้มั่วไปหมด
สนนราคาของตัวเครื่องบวกกับการ์ด อยู่ที่ 1.1-1.6 ล้านบาท!
แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญการใช้เครื่อง จีที 200 ให้ข้อมูลว่า เครื่องมือชนิดนี้จัดเป็น “เครื่องชี้เป้า” ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความแม่นยำสูงมาก โอกาสที่ตรวจแล้วไม่เจอเป็นไปได้ 2 อย่างเท่านั้นคือ 1.ผู้ใช้มีความเหนื่อยล้า ไม่มีความพร้อมเพียงพอ กับ 2.ใส่การ์ดผิดชนิด
“เรื่องใส่การ์ดผิดชนิดคงเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย เพราะระยะหลังมีการฝึกอบรมการใช้งานเครื่องจีที 200 อย่างชัดเจนแล้ว ฉะนั้นสาเหตุของความผิดพลาดน่าจะมาจากตัวผู้ใช้ที่อาจมีความเหนื่อยล้า เนื่องจากจีที 200 ใช้พลังสนามแม่เหล็กจากตัวคนใช้เพื่อค้นหาสนามแม่เหล็กของสสารที่ต้องการ ตรวจจับ ด้วยเหตุนี้คนใช้งานต้องมีร่างกายพร้อม ถ้าเหนื่อยล้า อดนอน หรือเมื่อคืนไปดื่มเหล้ามา จะใช้ไม่ได้ผลเลย” หมอพรทิพย์ กล่าว
สอดคล้องกับข้อมูลจาก “ดาบแชน” ด.ต.แชน วรงคไพสิฐ เจ้า หน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายล้างวัตถุระเบิด หรือชุดอีโอดี สังกัดกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ซึ่งผ่านงานเก็บกู้วัตถุระเบิดมานับครั้งไม่ถ้วน ที่บอกว่า การทำงานของเครื่องจะใช้ไฟฟ้าสถิตย์จากร่างกายคนเพื่อค้นหาสนามแม่เหล็กจาก สสารที่ต้องการตรวจจับ ฉะนั้นผู้ใช้จะต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อม ไม่ป่วย ไม่เมา หรือพักผ่อนน้อย
อย่างไรก็ดี กรณี “คาร์บอมบ์” ที่สุไหงโก-ลก มีปัจจัยอื่นมากกว่านั้น…
“ผมคิดว่าความผิดพลาดอาจเกิดจากสภาพพื้นที่ด้วย เพราะถนนตรงจุดเกิดเหตุเป็นถนนแคบ มีความกว้างแค่ 6 เมตรเท่านั้น และรถยนต์ก็จอดติดๆ กันอย่างหนาแน่น จึงเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจ เดินห่างจากวัตถุต้องสงสัยต่ำกว่า 3 เมตร ซึ่งเครื่องจีที 200 จะใช้ได้อย่างแม่นยำ ต้องอยู่ห่างจากวัตถุต้องสงสัย 3 เมตรขึ้นไป” ด.ต.แชน ตั้งข้อสังเกต
นายดาบนักกู้ระเบิด ยังบอกด้วยว่า แม้เครื่องจีที 200 จะมีความแม่นยำสูง แต่เวลาใช้งานจริงก็ไม่ควรเชื่อเครื่องมือ 100% เพราะบริเวณรอบๆ วัตถุต้องสงสัยอาจมีสสารอื่นตกค้างซึ่งใกล้เคียงกับสสารที่ต้องการตรวจจับ เช่น เป็นจุดที่เคยเกิดระเบิดมาก่อน มีสารทีเอ็นทีหรือไดนาไมต์ตกค้าง เครื่องก็จะชี้บอกเช่นกัน ฉะนั้นควรให้น้ำหนักประมาณ 30-40% แล้วใช้ข้อมูลกับการตรวจสภาพพื้นที่ประกอบด้วย
อย่างไรก็ดี มีข้อมูลอีกด้านหนึ่งซึ่งอาจเป็นสาเหตุของความบกพร่องที่เกิดขึ้น โดยแหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เผยว่า การอบรมวิธีใช้เครื่องจีที 200 ของฝ่ายทหารนั้น หน่วยต้นสังกัดมักส่งนายทหารระดับสัญญาบัตรไปอบรม แต่เวลาใช้งานจริง ผู้ใช้กลับเป็นทหารชั้นประทวนหรือทหารเกณฑ์ เข้าทำนอง “คนฝึกไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ฝึก”
ล่า สุดแหล่งข่าวจาก พตท.ที่ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงความบกพร่องของเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่ อ.สุไหงโก-ลก เผยกับ “ทีมข่าวอิศรา” ว่า ผลสอบเบื้องต้นออกมาแล้วว่าความผิดพลาดไม่ได้เกิดจากตัวเครื่อง
“เครื่องมือไม่ได้เสียแน่นอน เพราะก่อนออกปฏิบัติการก็ยังทดลองใช้อยู่ พบว่าใช้ได้ และหลังจากเกิดเหตุระเบิดไปแล้ว ได้นำเครื่องเดียวกันมาทดลองใช้อีกครั้ง ปรากฏว่าเครื่องมือทำงาน ฉะนั้นความผิดพลาดน่าจะเกิดจากตัวผู้ใช้ แต่ก็อยากให้สังคมเข้าใจว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด” แหล่งข่าว กล่าว
ถือเป็นบทเรียนที่ฝ่ายความมั่นคงต้องเร่งปิดช่องโหว่กันต่อไป!

ความผิดพลาดของ จีที 200 ใครจะรับผิดชอบ
วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2009 21:27น.
เรื่อง : อังคณา นีละไพจิตร
ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ
ภาพ : จรูญ ทองนวล
2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้คนในจังหวัดชายแนนภาคใต้พูดถึงเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบวัตถุระเบิด จีที 200 มากขึ้น คงจำกันได้ว่าในครั้งแรกๆ ที่มีการนำเครื่องมือชนิดนี้มาใช้งาน น่าจะเป็นเมื่อประมาณปี 2549 -2550 ใน “ยุทธการพิทักษ์แดนใต้” ซึ่งมีการนำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ประกอบในการปิดล้อมตรวจค้นตามหมู่บ้าน ต่างๆ โดยเมื่อเครื่องตรวจเจอสารซึ่งเป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิด เครื่องจะชี้ปลายเสาอากาศไปยังตำแหน่งที่มีสารดังกล่าวอยู่
ในการปิดล้อมตรวจค้นช่วงเวลานั้น มีการควบคุมตัวประชาชนจำนวนมาก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เมื่อพบว่าเครื่องมือชนิดนี้มีปฏิกิริยาต่อบุคคลรวมถึงวัตถุ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
มีรายงานจากบริษัทผู้ผลิตเครื่อง จีที 200 บริษัทหนึ่งว่า เครื่องนี้จะมีปฏิกิริยาต่อ “สารยูเรีย” ซึ่งเป็นสารตั้งต้นชนิดหนึ่งที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิด และเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่เป็นส่วนประกอบของ “ปุ๋ยเคมี” ซึ่งนิยมอย่างใช้กันอย่างแพร่หลายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรม
ท่ามกลางการตั้งคำถามและคำวิพากษ์วิจารณ์ถึงความแม่นยำจากบรรดานักสิทธิ มนุษยชนและราษฎรจำนวนมากในพื้นที่ โดยมีรายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่า เครื่องมือชนิดนี้ได้ชี้การปนเปื้อนสารประกอบวัตถุระเบิดแม้ในคนพิการ หญิงตั้งครรภ์ หรือแม้แต่เด็ก
มีรายงานว่าในการตรวจค้นครั้งหนึ่งเครื่องชี้ไปยังกล่องกระดาษกล่องหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงมั่นใจว่าภายในกล่องนั้นน่าจะต้องมี วัตถุหรือสารที่เกี่ยวข้องกับระเบิด แต่เมื่อเปิดดูภายในกลับพบว่าเป็นเพียงกล่องที่บรรจุผ้าอนามัยที่นำมาขายใน หมู่บ้าน
ไม่ต่างจากอีกกรณีในการปิดล้อมตรวจค้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ในบริเวณบ้านของผู้หญิงคนหนึ่ง เครื่องได้มีปฏิกิริยาที่บริเวณปลายยอดของต้นมะพร้าวต้นหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าจะต้องมีคนนำวัตถุหรือสารประกอบวัตถุระเบิดไปซุก ซ่อนเอาไว้ แต่เมื่อได้ปีนขึ้นไปดู พบถุงพลาสติกเก่าๆ ใบหนึ่ง เมื่อเปิดออกดูภายในกลับพบว่าเป็นเพียงถุงใส่น้ำมันมะพร้าวที่คาดว่าหนูคงจะ คาบขึ้นไปทิ้งไว้บนยอดมะพร้าว
หรือกรณีงานบุญที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในขณะที่ผู้คนมาช่วยกันทำอาหาร เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 ที่มาดูแลความปลอดภัยภายในวัด ได้ใช้เครื่อง จีที 200 ตรวจสอบรอบๆ บริเวณโรงครัวภายในวัด เครื่องดังกล่าวได้ชี้ไปที่หม้อใส่แกงหม้อหนึ่ง ทำให้เป็นที่สงสัยของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างยิ่ง
ในขณะที่คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความคลางแคลงใจต่อประสิทธิภาพของ เครื่องมือชิ้นนี้ หน่วยงานความั่นคงกลับมีความมั่นใจในการใช้งานมากขึ้น มีการสั่งซื้อเครื่องมือดังกล่าวเพิ่มขึ้น
ในคำเบิกความเป็นพยานในคดีที่ญาติของผู้ถูกนำตัวมาควบคุมตัวภายใต้โครงการ อบรมการฝึกอาชีพ 4 เดือนโดยไม่สมัครใจที่ค่ายทหารใน จ.ระนอง ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2550 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการไต่สวนว่าการอบรมครั้งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มีนายทหารระดับสูงจาก กอ.รมน.ภาค 4 ท่านหนึ่งให้การต่อศาลว่า บุคคลที่ถูกนำตัวมาควบคุมภายใต้โครงการฝึกอาชีพดังกล่าว ต้องสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับการประกอบวัตถุระเบิด เนื่องจากเครื่องตรวจจับ (จีที 200) มีปฏิกิริยาต่อพวกเขา
รวมถึงกรณีของ นายยะผา กาเซ็ง อิหม่ามประจำมัสยิดบ้านกอตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ที่ถูกทรมานจนเสียชีวิตภายหลังถูกเจ้าหน้าควบคุมตัวจากการปิดล้อมตรวจค้นใน หมู่บ้านของเขา ก็พบเช่นกันว่าเครื่องมือชนิดนี้แสดงปฏิกิริยาต่อบริเวณบ้านและมัสยิดที่นาย ยะผาเป็นอิหม่ามอยู่
แม้หน่วยงานความมั่นคงจะพยายามชี้แจงว่า เครื่องมือชนิดนี้เป็นเพียงเครื่องมือเบื้องต้นที่ใช้ในการตรวจสอบ แต่ในทางปฏิบัติกลับดูเสมือนว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติซึ่งใช้เครื่องมือชนิด นี้ได้พิพากษาตัดสินไปแล้วว่า ผู้ซึ่งถูกเครื่องมือนี้ชี้คือ “ผู้กระทำผิด”
คงจำกันได้ถึงความผิดพลาดจากการใช้เครื่อง จีที 200 เมื่อไม่นานมานี้ กรณีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามอาก้า และเอ็ม 16 กราดยิง นายโกศล เกษมสุข อายุ 48 ปี และนางผ่องศรี เกษมสุข อายุ 45 ปี ซึ่งออกจากบ้านในพื้นที่หมู่ 9 บ้านปลักใหญ่ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เพื่อเดินทางไปกรีดยางห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตรจนเสียชีวิต ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุ ได้ทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ด้วยเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด จีที 200 เครื่องตรวจสอบดังกล่าว ตรวจไม่พบวัตถุระเบิดในที่เกิดเหตุ รวมทั้งในร่างของผู้ตายทั้งสอง เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปเพื่อยกร่างของผู้ตาย แต่แล้วก็เกิดระเบิดขึ้น ทำให้ผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บ
เหตุระเบิด “คาร์บอมบ์” กลางเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อบ่ายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา จึงทำให้เครื่องมือชนิดนี้ถูกตั้งคำถามอีกครั้งจากผู้คนในจังหวัดชายแดนภาค ใต้ รวมถึงสังคมไทยทั้งประเทศ ถึงประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงาน เพราะก่อนเกิดระเบิดได้มีประชาชนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบรถต้อง สงสัยคันที่เกิดระเบิดโดยใช้เครื่องมือชนิดนี้แล้ว แต่กลับไม่พบความผิดปกติใดๆ กระทั่งเกิดการสูญเสียดังกล่าว
และแม้หน่วยงานความมั่นคงจะยืนยันตรงกันว่า ความผิดพลาดไม่ได้เกิดจากตัวเครื่อง ซึ่งมีนัยที่สื่อถึงการใช้งบประมาณของกองทัพในการจัดซื้อเครื่องมือชนิดนี้ ว่าไม่มีความบกพร่อง หากแต่ทำให้เกิดคำถามกลับไปยังผู้เกี่ยวข้องว่า แล้วความผิดพลาดเกิดจากอะไรกันแน่ ที่สำคัญใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความผิดพลาดดังกล่าว โดยเฉพาะที่ผ่านมาการใช้เครื่องมือชนิดนี้ได้ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษย ชนหลายต่อหลายครั้ง และทุกครั้งก็ไม่เคยมีคำตอบจากหน่วยงานความมั่นคงถึงความรับผิดชอบใดๆ
ในขณะที่เจ้าหน้าที่มองว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่หน่วยงานความมั่นคงน่าจะเกิดความตระหนักมากขึ้นว่า ผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้เครืองมือชนิดนี้ได้สร้างความไม่ไว้วางใจของราษฎรต่อ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ทั้งงานตรวจค้นและงานการข่าวต่างๆ ที่สำคัญที่สุดคือเครื่อง จีที 200 ได้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมในการหาค้นพยานหลักฐาน ซึ่งหากปราศจากความถูกต้องแม่นยำและความน่าเชื่อถือเสียแล้ว คงเป็นการยากที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นที่มี เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง…
ในยุคสมัยที่การเมืองไม่สามารถนำการทหารได้จริง!
เท่าที่สรุปได้ในเบื้องต้นมีดังต่อไปนี้
1. ผลการทดสอบก่อนการสั่งซื้อไม่แน่ชัด ไม่มีการแสดงค่าร้อยละ ของ False Positive และ False Negative
2. ผู้ขายเป็นนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรด้วยทั้ง ๆ ที่มีอาชีพค้ายุทธภัณฑ์ นอกเหนือจากเป็นอาจารย์
3. ราคาค่าเครื่อง เครื่่องละเก้าแสนบาท (ไม่รวมซิมการ์ด) ถ้ารวมแล้วก็ประมาณ 1.6 ล้านบาท
4. สื่อหลักต่าง ๆ ไม่พยายามแตะต้องรายงานข่าวนี้เลย
ต้องขอขอบคุณผู้ที่ใช้นามแฝงว่า Thai Expat in US ที่นำข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าสนใจมาเสนอ
http://www.upload-thai.com/download.php?id=bbff6e29b3534a196236fa120217a590
http://reason.com/archives/1996/11/01/box-of-dreams
http://www.globaltechnical.co.uk/about-global-technical.asp
http://www.bangkokcompanies.com/Thailand_Companies/A79/avia_satcom.htm
http://www.suthepd.com/Home.html
http://www.bangkok-today.com/node/2768
http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=68154.15
http://www.physics.smu.edu/pseudo/sniffex.html
http://www.krwa.net/newsDB/MainAnnounce2.asp?key=418
http://www.bangkokpost.com/news/local/19260/when-faulty-technology-can-cost-police-lives
http://www.ndsn.org/march96/quadro.html
“Double-Blind Field Evaluation of the MOLE Programmable Detection System” โดย Sandia National Laboratories, US Department of Justice
“Test Report: The Detection Capability of the Sniffex
Handheld Explosives Detector” โดย Naval EOD Technology, Us Navy
“หนังสือเลขที่ D/MSU/7/4/9/is” โดย Minister for Defence Equipment & Support, UK.
“สรุปรายงานการประชุมกรมฝ่ายยุทธบริการ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๒” กองทัพบกไทย






ความเห็นล่าสุด