Posted by: nummuangchon | ตุลาคม 19, 2009

สมเด็จเจ้าพระยามหาเปรมิกาเจ้าสยามเทวาธิราช

ยังรักจิ๋วเหมือนเพื่อน แต่ขอให้ตรึกตรองให้ดี เพราะถ้าเข้าพรรคเพื่อไทย เท่ากับเป็นการทรยศต่อชาติ”

แหม…มันช่างกล้าเนอะ

โดย : ป้าปากเกร็ด

เมื่อ : 2009-10-16 09:47:51

ก็จะใครเสียอีกล่ะคะ คนที่ให้สัมภาษณ์ไปเมื่อวานไง อ่านดูแล้ว ได้แต่ปลง คนแก่ที่ไม่มีลูกหลานดูแล ก็ ปล่อยให้ออกมาหลงๆเลอะๆอย่างนี้เอง ขอยกคำพูดมาให้ดูก่อนนะคะ จะได้รู้ว่ามันเลวได้ขนาดไหน

จิ๋ว กับผมเป็นเพื่อนรักกันมานานหลายปีแล้ว และต่างคน ต่างทำงานให้กันและกันมา ดังนั้นความเป็นเพื่อนระหว่างผมกับจิ๋วยังคงอยู่ ส่วนที่มีคนพูดซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าใครพูด อาจเป็นจิ๋วพูดเองก็ได้ว่าไปลาบวชแล้วผมไม่ให้ลา ซึ่งอันนี้ไม่ ใช่เพื่อนแล้ว เมื่อเพื่อนจะไปลาบวชจะต้อง ให้อโหสิกรรม เรื่องจริงผมไม่ทราบว่าเขาจะ บวช จนบัดนี้ผมยังไม่รู้ว่าบวชที่ไหน เมื่อไร

bj

โธ่ โถ ช่างกล้าตอแหล เมิงอยู่เป็นหัวหลักหัวตอหรือไงถึงไม่รู้เรื่องงานบวช คนเขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง ภาพข่าวก็ออก แม้ตอนจะบวชอาจเงียบหน่อยเพราะเขาไม่ต้องการเอิกเกริก
แต่การที่ท่านออกมาพูดว่า จะขอเข้าไปขออโหสิกรรมลาบวช แล้วยังไม่ให้เข้าพบ เมิงจะออกมาปฏิเสธทำไม ถ้าไม่จริง เขาจะกล้ามาพูดหรือ เมิงจะแก้ตัวไปว่า พอดีช่วงนั้น เมิงไม่ว่าง เจ็บรูที่ถ่ายอยู่ ก็ดูจะฟังดูดีมีน้ำหนักมากกว่า

การที่ผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งของบ้านเมืองจะลาบวช คงไม่ต้องไปลาบวช กับคนมากมายนักหรอก ก็ท่านอายุตอนบวชก็มากอยู่แล้ว ก็เห็นมีแต่ เมิงนี่แหละที่แก่กว่าเพื่อน ตายก็ไม่ตายเสียที เขาถึงคิดจะเข้าไปลา  การออกมาปฏิเสธด้วยการพูดแบบนี้ มันเลวนะ เลวอย่างบอกไม่ถูก ยังๆ ยังเลวไม่พอ คนอย่างเปรม ที่คนเขาไม่เปรมกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทำแค่นี้ ยังไม่สมฐานะ มันต้องเลวให้สุดขั้ว ชั่วให้สุดทาง ถึงได้ผายลม ต่อว่า

ผู้ สื่อข่าวถามว่า ยินดีให้ พล.อ.ชวลิต เข้าพบเพื่อขอโทษหรือคารวะหรือไม่ พล.อ. เปรม กล่าวว่า เขาเคยติดต่อมาก่อนวันที่ 7 ต.ค. และวันเกิดจิ๋วเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้โทรฯ ไปอวยพรและคุยกันดีเหมือนเพื่อน ซึ่งถ้าต้องการมาพบตนก็ได้ แต่ตอนนี้เมื่อเป็นนักการเมืองแล้วมาพบตนก็ไม่น่าจะสมควร เมื่อถามต่อว่า พล.อ.ชวลิต จะมาพบเพื่อคุยเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้หรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ก็ดี แต่ตนไม่มีสิทธิที่จะคุย เรื่องการเมือง และจะไม่พูดเรื่องการเมือง และจะไม่ทำอะไรเรื่องการเมืองทั้งนั้น การเมืองปล่อยเป็นเรื่องของผู้ที่มีความรับผิดชอบทางการเมืองแก้ไข

จะโธ่ถังกาละมังแตกอีกทีดีไหมเนี่ย หนอย ตนไม่มีสิทธิ์จะคุยเรื่องการเมือง แล้วที่แอ่นอกออกมาเชียร์นายกฯถึงสองคนนั่นไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือไง?  หรือเพราะเป็นพวกตัวเลยคุยได้สบายใจ คนเราถ้าจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ก็ต้องยึดมั่น ตั้งให้ตรง ไม่ใช่ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลนให้ชาวบ้านเขาด่าอย่างนี้

ยังค่ะยังไม่จบ ถ้าพูดแค่นี้จะไปหาว่าเลวคงยังไม่เหมาะสม มันต้องนี่ นี่เลย

ส่วนการกลับเข้าสู่วงการเมืองของ พล.อ.ชวลิต จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้นหรือแย่กว่าเดิมนั้น พล.อ.เปรม หยุดคิดก่อนที่จะตอบว่า คุณเชื่อในพระสยามเทวาธิราชหรือไม่ พระสยามเทวาธิราชจะคอยดูว่าพวกเราทำอะไรกัน ถ้าใครทำไม่ดีต่อชาติบ้านเมืองจะถูกท่านลงโทษ เมื่อถามย้ำว่า วันนี้ พล.อ. ชวลิต เดินไปฝั่งตรงข้าม จะทำให้ห่างจากท่านมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.เปรม กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนั้น ตนเตือนเขาเท่านั้น

เฮ้ย เว้ย การเดินเข้าพรรคการเมืองอย่างเปิดเผย เป็นเรื่องเป็นราวมันเป็นการ ทำผิดต่อชาติจนต้องอ้างพระสยามเทวาธิราชอีกแล้วหรือ เขาไม่ได้พาคนที่ก่อการ ล้มรัฐบาลเข้าเฝ้าสักหน่อย เห็นก็เห็นกันอยู่ว่าการกระทำครั้งนั้นมันก่อให้เกิดผลอะไร ตามมามา ที่แน่ๆคือศรัทธาจากประชาชนลดลงไปอย่างน่าใจหาย ใครจะว่า อย่างไรไม่ทราบแต่การณ์ครั้งนั้นแหละ ที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสไปแวะเยี่ยมชม วัดราษฎร์สิ้นศรัทธา แล้วการที่ผายลมว่าอย่างนี้

แต่สิ่งที่ถูกต้องคือ ก่อนที่จิ๋วจะไปสมัครสมาชิกพรรค เพื่อไทย ตนได้ให้คนไปบอกว่า จะทำอะไรขอให้คิดให้รอบคอบ ไตร่ตรองให้รอบคอบ มิฉะนั้นจะกลายเป็นการกระทำที่เป็นการทรยศต่อชาติ เป็นข้อความที่ตนขอให้สื่อไปถึงจิ๋วในตอนเช้าวันนั้น

โอ้แม่เจ้า การสังกัดพรรคการเมืองกลายเป็นการทรยศต่อชาติ เอาส่วนไหนของร่างกายคิดล่ะนี่ เมื่อก่อนพลเอกชวลิตเขาก็ เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง จะชั่วจะดี เขาก็ก้าวเข้ามาเป็นนายกฯ อย่างสง่างามด้วยการเลือกตั้ง แล้วที่เมิงเข้ามาตีหน้าเศร้าอยู่ ในตำแหน่งตั้งแปดปีน่ะ มีใครเลือกเข้ามา ถุยส์ คนเข้าตามตรอก ออกทางประตูกลายเป็นคนทรยศชาติ คนอุบาทว์พาคณะกบฎ ล้มรัฐบาล ฉีกรัฐธรรมนูญ เข้าเฝ้าขอความเห็นชอบ กลายเป็น
คนรักชาติอย่างนั้นหรือ เมิงเอาซ่นเท้าคิดหรืออย่างไร?

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.เปรม ครั้งนี้มีการตั้งแท่นโพเดียม อย่างเป็นทางการเพื่อเปิดใจถึง พล.อ.ชวลิต โดย พล.อ.เปรม บอกกับสื่อมวลชนว่า

“ผมจะไม่ให้สื่อตั้งคำถาม ขอร้องสื่อไม่ต้องถาม แต่ผมจะพูดเรื่องจิ๋วเอง”

เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.เปรม จะใช้คำเรียกแทน ตัว พล.อ.ชวลิต ว่า “จิ๋ว” ซึ่งเป็นชื่อเล่นของ พล.อ.ชวลิต        ทั้งนี้ในการเปิดใจครั้งนี้ มีบรรดาอดีตนายทหารระดับสูงทั้ง

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี

พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด

พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส.

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)

พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.)

พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงษ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.)

ยืนอยู่ด้านหลัง พล.อ.เปรม ด้วย

นี่ไงคนดีศรีประเทศ ปากบอกไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ออกมาแถลงข่าวตอบโต้ แสดงความเป็นเผด็จการอย่างเห็นได้ชัด มีอย่างที่ไหน ไม่ให้ซักถาม จะพูดเอง เห่าออกมาแต่ละอย่างคนเขาฟังแล้วว่าหนวกหูกว่าเสียงหมาเห่าอีก แล้วดูแต่ละตัว ยกกันมาเชียร์ เป็นกำลังใจสิ มันหมายความว่าไง ใช้สถานที่ราชการ ออกมาพูด ว่าไม่เกี่ยวกับการเมือง บอกว่าพูดเกี่ยวกับการเมืองไม่ได้ แล้วที่ทำอยู่น่ะคืออะไร

การเอาพวกทำผิดคิดร้าย ทรยศต่อชาติ (เบียดบังของหลวง) มาเสริมทัพ มันทำให้ ภาพดูดีขึ้นหรือไง ภาพที่เห็นมันแสดงว่าแก่ไม่ยอมแพ้ มันแสดงให้เห็นว่าเอาผบ. เหล่าทัพ ออกมาขู่กันชัดๆ เห็นเป็นอื่นไปไม่ได้เลย นอกเสียจากว่าต้องการจะโชว์พลังขู่ว่า ยังมีทหารหนุนหลังอยู่ เรื่องแค่นี้ใครๆก็ดูออก

เมิงต้องไม่ลืมว่าเมื่อถึงวันเหลืออด ต่อให้ทหารพวกเมิง ชาวบ้านเขาก็หากลัวไม่ ทหารลูกน้องเขาก็เป็นลูกหลานชาวบ้าน อย่าเหิมเกริมนักเลย กลับไปอ่าน ศึกษา ประวัติศาสตร์ ทั้งของไทยและต่างชาติดูบ้าง ไอ้ที่ตายข้างถนน เพราะลูกน้องหัน ปากกระบอกปืนเข้าใส่น่ะ มันเคยมี และเกิดมาในหลายประเทศแล้วด้วย อย่าลืม

เรื่องของเรื่องคือ ตามหลักแล้ว ทั้งหลักสากลและกฎหมาย คณะองคมนตรีต้องเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น  ก็ในเมื่อในหลวงท่านทรงอยู่เหนือการเมือง คนที่ถวายคำปรึกษา จึงจำเป็นต้องไม่ฝักใฝ่ หรือเชียร์ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ใช่หรือ  หากเราเอาคนที่มีอคติมานั่งเป็นที่ปรึกษา ความคิด ทัศนคติ ที่ถวายไปก็ย่อมไม่เป็นกลาง แล้วอย่างนี้จะให้ทรงมีพระราชวินิจฉัย แบบไร้อคติได้อย่างไร

เปรมก็เหมือนนังคนใช้ในละครน้ำเน่าที่กรอกหู กรอกตากันอยู่ ทุกเมื่อเชื่อวัน ที่วันๆ ไม่ทำอะไร คาบเอาเรื่องโน้น เรื่องนี้ไป กรอกหูเจ้านาย ยิ่งถ้าเป็นคนที่นังคนใช้มันไม่ชอบ มันก็จะต้อง แต่งเติม ใส่สี ตีไข่ หนักเข้าไปอีก

ถ้าเจ้านายเป็นคนหูเบา หรืออาจไม่ชอบไอ้คนที่ถูกนินทาอยู่บ้างแล้ว ก็จะไปกันใหญ่ แต่หากเป็นพระเอก นางเอกตัวจริง ก็จะฟังหูไว้หู ฟังแล้วเอาเมตตา กรุณาเข้าไปจับ ในที่สุดก็จะเข้าใจ และวางตัว เป็นอุเบกขาไปในที่สุด แต่หากเผอิญ เจ้านายก็ดันเป็นผู้ร้ายเองเสียด้วย ทีนี้ล่ะก็เหมือนขนมผสมน้ำยา เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ผลคือเละไปทั้งคู่

เคยดูละครแล้วเกลียดพวกนังขี้ข้าเหล่านี้ไหมคะ ดูแล้วก็อยากจะตบสั่งสอน มันเสียนัก ยิ่งถ้าเจ้านายเลวพอๆกัน ทีนี้ละก็ไปใช้ให้นังคนใช้ไปทำแทนตัวเสียอีก ไปสืบข่าว ไปใส่ไคล้ โอ๊ยในละครน่ะมันทำกันสารพัดแหละค่ะ ไม่นึกว่าในชีวิตจริงก็จะเป็นเหมือนในละคร คือดั๊นมีนังคนใช้ตัวร้าย ออกมาทำต่างๆนาๆ ใส่ความฝ่ายตรงข้าม(ฝ่ายที่ตัวไม่ชอบ) แล้วอย่างนี้ควรเลี้ยงไว้เป็นคนรับใช้หรือคะ เพราะเผอิญ เจ้านายท่าน ไม่ได้จ่ายเงินเดือนนังตัวร้ายซะด้วยสิคะ แต่เราๆท่านๆนี่แหละเป็นคนจ่าย ผ่านทางภาษีอากร แล้วมันหักหลังเจ้าของเงิน น่าเลี้ยงไว้หรือคะ

การที่ออกมาบอกว่าไม่มีสิทธิ์ยุงเกี่ยวทางการเมือง แต่เปิดเผยแจ่มชัด ต่อสาธารณะว่าเลือกข้างชัดเจน ฝักใฝ่อยู่ในฝ่ายใด เลี้ยงเอาไว้ไม่ได้หรอกค่ะ

สำนวนเขาว่า

40475555

” คุณทรยศเรา ก้อคือทรยศชาติ “

เปรมเปรียบตัวเองเป็นชาติ เปรียบพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรู เปรียบปชช.ที่เลือกพรรคศัตรูคือผู้ทรยศชาติ เปรมดึงฟ้าต่ำ ด้วยความรู้เท่าถึงการณ์ เพราะเปรมคิดว่าการอยู่ใกล้ฟ้า….คือฟ้าด้วยเช่นกัน

รึอาจนัยหนึ่ง อีกหลายๆๆฟ้ามอบสิทธิ์นี้ให้….????

เปรมมองปชช.ที่ พอใจรักใคร่พรรคการเมืองที่ตนเองเกลียดชัง เป็นผู้ทรยศเปรม
ทรยศเปรม…คือทรยศชาติ ” ชาติเป็นของเปรมคนเดียว ตั้งแต่เมื่อไหร่ “

น่าจะตั้งแต่ได้รับการโปรเกล้าแต่งตั้งให้เป็นประธาน ” องค์ “
แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆ โดยมองย้อนหลังกลับไปหลายปี ก็น่าจะเป็นเหตุการณ์เรื่องการสูญเสีย ” องคชาติ ” ตอนนี้เลยสับสน ปนเป ระหว่าง ” องค์ ” กับ ” ชาติ “

552000013408402

นี่หรือคนดี

ขอขอบคุณคุณpalrakonlineที่ไปลงไว้ในยูทู้ป เลยทำให้เห็นสัจธรรมบางอย่าง คนที่เป็นองคมนตรี คนที่เกษียณราชการไปนานนม จนเด็กรุ่นหลัง คงไม่รู้ว่าแกเคยเป็นทหาร ที่สำคัญเคยครอง เมืองในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ถึง 8 ปี ทั้งๆ ที่ไม่เคยลงเลือกตั้งเลย
นายกฯที่ไม่เคยมีผลงานอะไรให้จดจำ นอกจาก การออกมาตีหน้าเศร้าบอกประชาชนว่า “พี่น้องครับ ขณะนี้บ้านเมืองของเรา อยู่ในภาวะลำบาก ผมขอ ให้พวกเราช่วยกัน ด้วยการใช้ชีวิตอย่างประหยัด”
สงสัยไอ้นี่แหละต้นตำรับการค้ากับความจน ทำให้ ชาวบ้านรู้สึกหดหู่ เศร้าหมอง และคิดไปว่า เราคง ต้องทนลำบากอย่างนี้ไปอีกนาน(ก็มารดาท่าน รู้จัก การแก้ปัญหาเสียที่ไหน มาในกรอบเดียวกับนังจวนดีเลย ชอบพูดความจริงให้ประชาชนรู้ เหมือนที่มันเคยบอกประชาชนว่า หนี้ไอเอ็มเอฟน่ะ คิดว่าชาตินี้คงใช้เขาไม่หมด “ผมไม่คิดว่าจะสามารถใช้หมด ในรุ่นของผม” โธ่ถังกาละมังแตก คุณทักษิณ เข้ามาก็ประกาศเลยว่าจะต้องใช้หนี้ให้หมดก่อนกำหนด
แล้วเป็นไงคะ ทำได้ใช่ไหม หนอยแน่ออกมาเห่ากันต่อ ว่าจะไปใช้ทำไม ยังไม่ถึงเวลา อ้าวเฮ้ย ก็เป็นคนอย่างพวกแกไง ที่ไม่รู้จักคำว่า Trust ความเชื่อมั่น ความศรัทธา ขาดสองสิ่งนี้
ใครเขาจะไปเชื่อถือ ติดต่อทำการค้าด้วย

กลับมาเรื่องไอ้ผีดิบ อยู่ยงคงกระพัน ตายก็ไม่ตาย อยู่หลอกหลอน ชาวบ้านมาช้านาน นอกจากตีหน้าเศร้าเล่าว่าตัวเองไม่มีปัญญาแก้ปัญหา ขอใช้ประชาชนช่วยด้วยการประหยัดแทน มันก็ไม่เคยทำอะไรสักอย่าง พูดก็น้อย จนนักข่าวตั้งสมญาว่า”เตมีย์ใบ้” ก็มันเล่นไม่พูดอะไรเลย เป็นนายกฯ ชาวบ้านเขาก็ต้องอยากรู้ว่า เรื่องราวบ้านเมืองเป็นไง จะแก้อย่างไร กลับไม่พูด ทำทีเป็นคนพูดน้อย (จริงๆคงไม่รู้จะตอบ ว่าอย่างไรมากกว่า) จำได้ติดใจ พอถูกถามมากๆ มันจะมีประโยคทอง ใช้ตอบปัญหาคือ

ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่ตัวเองไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง ใครจะเปิดอภิปรายไม่ได้ พอเขาทำท่าฮึ่มๆจะเปิด มันเป็นยุบสภาหนี ไม่ชอบให้ใครตำหนิ ชอบให้คนยกย่องสรรเสริญแต่เพียงอย่างเดียว จนมาเกิดประโยคทอง ที่เมื่อครบวาระ 8ปี มันพูดว่า

โห ตอนนั้นตื่นเต้นกันมาก นึกว่าเป็นคนดี รู้จักพอ หารู้กันไม่ว่า ไม่มีพรรคไหนเขาสนับสนุนแล้ว เขาเบื่อที่จะเอามันมาเป็นหัวโขน เลยรีบตีบทพระเอกทำเสียงนุ่ม พูดประโยคดังกล่าว

ระหว่างทางการเป็นนายกฯ มันก็ไม่เห็นมีผลงานอะไรอย่างที่บอก นอกจากให้นักมวยเข้าพบ เอามือลูบหลังลูบไหล่ แล้วพูดประโยค ทอง ออกมาว่า

แค่นั้นเองจริงๆผลงานของมันที่จำได้ แต่พอพ้นตำแหน่ง แหมพูดเก่ง จ้อไปเรื่อย จนมาวันก่อนที่หลุดประโยคทอง(สีขี้) ออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เกิดผลสะเทือนไปทั้งประเทศ เพราะปากหมาดีเหลือเกิน เที่ยวได้กล่าวโทษพลเอกชวลิตว่าจะ

หากมาเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย

โอ้แม่เจ้า หมาเวลาถูกไล่ไปจนตรอกนี่มันไม่น่าดูเลยนิ หันมากัดไปทั่วเพียงเพื่อจะเอาชีวิตรอด จนเกิดภาพ อย่างในคลิ้ปที่เอามาให้ดูไงคะ ใครจะเห็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ป้าเห็นแล้ว บอกตรงๆว่าทุเรศ คนอะไร แก่จนป่านนี้อยู่มาตั้ง กี่ปีแล้วล่ะ จะเก้าสิบอยู่รอมมะร่อ คุยนักคุยหนาว่าเป็นคนดี ของประเทศ แต่แค่ไปหาแดก(ว้ายหยาบไปค่ะ) มีสมุนตาม เป็นพรวน แต่ละคนหน้าตาอย่างกับมือปืน

ภาพที่ออกมา มันบอกหลายอย่างค่ะ บอกให้รู้ว่าประเทศนี้ หาความปลอดภัยไม่ได้เลย ขนาดคนดีศรีประเทศ หัวหลัก หัวตอของชาติ (เอ๋ สำนวนที่เลือกใช้คงผิดนิดหน่อย) จะไป
ไหนที อย่างกับเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ไม่ก็มาเฟียใหญ่ เพราะพวกนั้น มันเลว ศัตรูเยอะ เดี๋ยวมีคนลอบทำร้าย ไปทำความเจ็บช้ำ น้ำใจกับคนเขาไว้เยอะ ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าโจทย์เยอะ
เลยกลัวตายเหมือนหมาข้างถนน ต้องมีคนคุ้มกันขนาดนั้น ไอ้คนคุ้มกันเองก็กลัวตายเองสุดๆ ไม่เชื่อย้อนกลับไปดูสิคะ หน้าตาล่อกแล่กเป็นที่สุด มันคงกลัวระเบิดมากกว่า เพราะถ้า
ใช้วิธิยิง หากแม่นๆหน่อยก็ตายแค่คนเดียว แหมแต่ถ้าเป็นระเบิด มันก็จะเสร็จไปด้วยสิคะ

ภาพที่เห็นอยากขอร้องให้เอาออกจากยูทู้ปด้วยซ้ำ เพราะมัน ทำร้ายประเทศนะคะ เสียชื่อ เสียความเชื่อมั่นหมด หากฝรั่งต่างชาติมาเห็นเข้า แล้วสืบหาว่าเป็นใครก็จบกัน ว่าทำไมอดีตผู้นำไทย ต้องมีผู้คุ้มกันอย่างกับเจ้าพ่ออย่างนี้


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.